12554.jpg67453.jpg


พระราชพีธีเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษา ที่ใช้กันในภาษาไทย เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤตว่า "พรรษ" หมายถึง ฝน หรือ ปี แต่ถ้าเป็นภาษาบาลีจะมาจากคำว่า "วัสสูปนายิกทิวส" วันคือดิถีเป็น เป็นที่น้อมเข้าไปใกล้ซึ่งกาลฝน ดิถีเข้าพรรษาหรือวันเข้าพรรษา การอยู่จำพรรษาของพระภิกษุ ถือเป็นกิจที่ภิกษุจะต้องปฏิบัติเพราะเป็นพุทธบัญญัติที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติโทษสัหรับภิกษุผู้ไม่อธิษฐานอยู่จำพรรษาไว้ การอธิษฐานอยู่จำพรรษาจึงหมายถึงการที่พระภิกษุอธิษฐานอยู่ประจำในอาวาสใด หรือในเสนาสนะที่พอจะกันแดดกันฝนได้ ต้องอยู่ประจำในที่นั้นประจำตลอดเป็นเวลา ๓ เดือน ไม่เที่ยวจาริกไปค้างคืนในที่อื่นเว้นแต่มีเหตุจำเป็นต้องกลับมาให้ทันก่อนอรุณขึ้น ถ้ามีกิจธุระที่เร่งด่วนกลับมาไม่ทันในวันนั้นก็ต้องทำสัตตาหะ และต้องกลับมาภายใน ๗ วัน กล่าวสำหรับสามเณรก็ต้องมีการอธิษฐานจำพรรษา แต่ไม่มีการปวารณาออกพรรษา เพราะการปวารณาเป็นสังฆกรรม และอีกประการหนึ่งสามเณรไม่มีการนับจำนวนพรรษาเหมือนภิกษุ

ประเภทแห่งวันเข้าพรรษา มีอยู่ด้วยกัน ๒ วัน คือ ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำเดือน ๘ ไปจนถึงวันขั้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ (ในปีที่เป็นอธิกมาส คือมีเดือน ๘ สองหน ให้เข้าพรรษาวันแรม ๑ ค่ำเดือน ๘ หลัง) เรียกกันว่า วันเข้าพรรษาต้น หรือปุริมพรรษา หรือถ้ามีเหตุจำเป็นที่ทำให้การอธิษฐานอยู่จำพรรษไม่ทันในวันนั้นก็ให้เลื่อนการอธิษฐานอยู่จำพรรษาในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๙ ไปจนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ เรียกกันว่า วันเข้าพรรษาหลังหรือปัจฉิมพรรษา แต่ที่พระภิกษุในไทยของเรายึดถือเป็นหลักปฏิบัติให้ตรงกันนั้น คือ การอธิษฐานอยู่จำพรรษาในวันเข้าพรรษาต้นหรือปุริมพรรษา เป็นธรรมเนียมปฏิบัติให้ตรงกันทุกวัด

ความสำคัญของวันเข้าพรรษา

วันเข้าพรรษา นับว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของพระพุทธศาสนาทรางราชการของไทยก็ได้ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการอีกวันหนึ่งด้วยนอกจากนั้นการอยู่จำพรรษาของพระภิกษุในพระพุทธศาสนาในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ยังอำนวยประโยชน์เพื่อพุทธศาสนิกชนหลายด้านจึงพอที่จะกล่าวความสำคัญของวันเข้าพรรษาที่เป็นหลัก ๆ ได้ดังต่อไปนี้

วันเข้าพรรษา เป็นการอธิษฐานอยู่จำพรรษามีผลทำให้ภิกษุต้องหยุดการเที่ยวไปค้างแรมในที่อื่น ต้องอยู่ประจำในอาวาสแห่งใดแห่งหนึ่งตามที่ทรงมีพระพุทธานุญาตไว้ การอยู่จำพรรษาของภิกษุในอาวาสนั้น ๆ เป็นเวลา ๓ เดือน เป็นโอกาสที่จะได้ใช้เวลาช่วงนี้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย สำหรับพุทธศาสนิกชนผู้มีความศรัทธาเลื่อมใสอย่างแรงกล้าได้เข้ามาบวชเพื่อศึกษาหลักธรรมในทางศาสนาให้ยิ่งขึ้น การอยู่เป็นประจำของภิกษุเป็นโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้มีการบำเพ็ญบุญกุศลในด้านต่าง ๆ เช่น ทาน ศีล ภาวนาได้สะดอกยิ่งขึ้น เทศกาลวันเข้าพรรษายังเป็นช่วงเวลาที่พุทธศาสนิกชนจะได้ลด ละ เลิกอยายมุขอันเป็นทางแห่งความเสื่อต่าง ๆ ตามหลักของวิรัติ ๓ คือ

สัมปัตตวิรัติ งดเว้นได้เฉพาะหน้า คือแม้สบโอกาสที่จะทำความชั่วได้ แต่ก็มีสติยั้งคิด สามารถระงับใจไม่ทำเช่นอาจโกงได้แต่ไม่ทำ อาจฆ่าได้แต่ไม่ฆ่า เป็นต้น สมาทานวิรัติ งดเว้นได้ด้วยการสมาทาน คือมีเจตนาตั่งใจไว้ว่าจะไม่ทำความชั่ว เช่นสมาทานศีลไว้ก็งดเว้นตามที่ตั้งใจไว้ได้ สมุจเฉทวิรัติ งดเว้นได้เด็ดขาด คือไม่ทำตลอดไป ซึ่งเป็นการงดเว้นของพระอริยบุคคล

วันเข้าพรรษาเป็นต้นเหตุให้เกิดประเพณีตามมาอีกหลายประเพณี เช่น การถวายเทียน การถวายพุ่ม ถวายผ้าอาบน้ำฝนเป็นต้น


Next_Vector_Icon.png
Next